วันละเล่ม #72 William Eggleston’s Guide - William Eggleston

William Eggleston’s Guide - William Eggleston

ช่วงยุค 1960s - 1970s วงการศิลปะยังมองว่าภาพถ่ายสีเป็นของตลาดล่าง ขณะที่ภาพขาวดำถูกยกให้เป็น “ของจริง” เพราะมันดูเหนือกาลเวลา ขับเน้นแสงเงาและอารมณ์ได้ลึกซึ้งกว่า ภาพสีในตอนนั้นถูกใช้ในโฆษณา นิตยสาร หรืออัลบั้มครอบครัว คนในวงการถ่ายภาพเลยมองว่ามันเป็นของเล่น ไม่ใช่งานศิลปะที่จริงจัง

แต่ Eggleston ไม่สนใจ เขาเดินสวนทาง เลือกใช้สีอย่างเต็มที่และปฏิเสธความคิดที่ว่าขาวดำมีความหมายมากกว่า สำหรับเขา โลกที่เรามองเห็นทุกวันเป็นสี แล้วทำไมภาพถ่ายถึงต้องถูกบีบให้อยู่แค่ขาวดำ? เขาใช้ฟิล์ม Kodachrome และวิธีพิมพ์แบบ dye-transfer เพื่อสร้างภาพที่มีสีสดแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และที่สำคัญ เขาไม่ได้สนใจว่าภาพที่เขาถ่ายควรจะต้องเป็นภาพของ “สิ่งสำคัญ” หรือ “เหตุการณ์ยิ่งใหญ่” เขาถ่ายทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าแบบเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่เขาเรียกว่า “Democratic Camera”

Eggleston ไม่ได้มองหาสิ่งที่ยิ่งใหญ่หรือมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ เขาไม่ได้จัดองค์ประกอบเพื่อให้ดูมีเรื่องราวแบบที่ช่างภาพยุคก่อนทำ แต่เขาเชื่อว่าสิ่งธรรมดาๆ รอบตัวมีความน่าสนใจในตัวเองโดยไม่ต้องพยายามสร้างความหมายเพิ่มเติม จักรยานเด็กเล่นที่ถูกทิ้งไว้หน้าบ้าน หลอดไฟที่แขวนอยู่บนเพดาน ห้องพักราคาถูกริมถนน ทุกอย่างในสายตาของเขามีคุณค่าเท่ากัน

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ MoMA ในนิวยอร์กตัดสินใจจัดแสดงงานของเขาในปี 1976 ภายใต้การดูแลของ John Szarkowski มันเป็นนิทรรศการภาพถ่ายสีครั้งแรกของ MoMA และถือเป็นการประกาศว่า “ภาพถ่ายสีคือศิลปะ” แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะเห็นด้วย บางคนชื่นชมว่า Eggleston ใช้สีเล่าเรื่องได้อย่างทรงพลัง แต่ก็มีไม่น้อยที่เกลียดงานของเขา มองว่ามันเป็นแค่ภาพบ้านๆ ที่ใครก็ถ่ายได้ ไม่มีเรื่องราวยิ่งใหญ่หรือองค์ประกอบที่ชัดเจนแบบที่ศิลปะควรมี หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมภาพจักรยานเด็กเล่น หลอดไฟ หรือที่จอดรถร้างๆ ถึงควรค่าแก่การแขวนใน MoMA

แต่นั่นแหละคือจุดที่ทำให้งานของเขาสั่นสะเทือนวงการ เพราะมันบังคับให้คนต้องเริ่มมองภาพถ่ายสีในมุมใหม่ แนวคิด Democratic Camera ของเขาท้าทายความคิดเดิมๆ ของวงการภาพถ่ายและศิลปะ ไม่ใช่แค่ในเรื่องสี แต่รวมไปถึงมุมมองต่อสิ่งรอบตัวที่ไม่มีการแบ่งแยกว่าสิ่งไหนควรค่าต่อการเป็นศิลปะมากกว่าสิ่งอื่นๆ และแม้จะมีเสียงต่อต้าน นิทรรศการของ Eggleston ก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ภาพสีเริ่มได้รับการยอมรับ เปิดทางให้ช่างภาพยุคต่อมาที่ใช้สีเป็นหัวใจหลักของงาน เช่น Stephen Shore, Joel Meyerowitz และ Nan Goldin

Eggleston ไม่ได้แค่เปลี่ยนแนวทางของตัวเอง แต่เขาทำให้ทั้งวงการถ่ายภาพต้องยอมรับว่าภาพสีมีคุณค่าเทียบเท่าภาพขาวดำ และสามารถเป็นศิลปะได้เหมือนกัน ที่สำคัญ เขาทำให้คนเริ่มเห็นว่าสิ่งธรรมดาที่สุดก็มีพลังพอจะเป็นงานศิลปะได้ เพียงแค่เรามองมันด้วยสายตาที่เปิดกว้างขึ้น

Previous
Previous

วันละเล่ม #73 Nothing Personal: The Back Office of War - Nikita Teryoshin

Next
Next

วันละเล่ม #71 Common Sense - Martin Parr